Future Hotline : 081-9388366, 062-349-3034

ก้าวทัน..นวัตกรรมการแพทย์แห่งอนาคต

เมื่อโลกเรามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง ไม่เพียงแต่วิวัฒนาการของโรคที่ยากต่อการรักษาที่มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ทั่วโลกต้องตระหนักและทุ่มเทค้นคว้าเร่งหานวัตกรรมที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อรักษาผู้ป่วยให้หายขาด รวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย แต่การบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุ ที่เรียกว่า ทรอมา (Trauma) ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สถิติผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตสูงสุดของผู้คนในยุคนี้

ตัวเลขสถิติการเกิดอุบัติเหตุในประเทศไทยจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน หรือ www.thairsc.com ระบุว่า ใน 1 วัน มีผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ยแล้วเกือบ 900 ราย ขณะที่สถิติรวมทั้งปียิ่งน่าตกใจ เพราะเพียงช่วง 8 เดือนแรกของปี 2559 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถึง 6,594 ราย บาดเจ็บ 479,086 ราย รวมทั้งสิ้น 485,635 ราย นับเป็นตัวเลขที่ส่งให้ประเทศไทยก้าวขึ้นแท่นประเทศที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากนับเป็นอันดับ 2 รองจากอินเดีย แต่หากจัดอันดับอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุก็จะพบว่า ประเทศไทยครองแชมป์สถิติผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับที่ 1 ของโลก

ปัจจุบันระบบการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศไทยส่วนใหญ่ เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อผู้ป่วยไปถึงโรงพยาบาลแล้ว แต่แท้ที่จริงการแพทย์ฉุกเฉินที่ดีและมีประสิทธิภาพจะต้องเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่การรับผู้ป่วยจากที่เกิดเหตุมายังโรงพยาบาล การจัดเตรียมยานพาหนะและทีมเจ้าหน้าที่ผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บในแบบทรอมา ณ จุดเกิดเหตุ และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทรอมาจึงเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการรอดชีวิตของผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด

แม้จะมีความร่วมมือจากหลายองค์กรและมูลนิธิต่างๆ ในการประสานความร่วมมือให้ความช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้ามายังโรงพยาบาล แต่เราก็ยังเผชิญกับปัญหาหลายอย่าง เช่น การจราจรซึ่งเป็นปัญหาหลัก ยานพาหนะไม่เพียง พอ หรือแม้แต่ขีดความรู้ความสามารถ ของบุคลากรที่ร่วม นำผู้ป่วยเดินทางไปถึงแพทย์นั้นยังไม่ดีพอ ยิ่งในต่างจังหวัดด้วยแล้วการกระจายของศูนย์อุบัติเหตุนั้นยังไม่ทั่วถึงและระบบการนำตัวผู้ป่วยส่งแพทย์ยังไม่สามารถบริหารจัดการได้ในเวลารวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพียงพอ

นพ.ชาตรี ดวงเนตร กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการการแพทย์ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ได้ให้ ความเห็นถึงระบบบริการแพทย์ฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพว่า ในต่างประเทศ เช่น เยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับว่า มีระบบการแพทย์ฉุกเฉินมีประสิทธิภาพดีเป็นอันดับต้นๆของโลก มีกฎหมายระบุว่าในรัศมี 50-100 กิโลเมตร จะต้องมีศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน 1 แห่ง เพื่อรองรับผู้ป่วยให้ได้ทันเวลา และสามารถออกไปรับตัวผู้ป่วยที่จุดเกิดเหตุได้ภายใน 8 นาที และต้องสามารถ เคลียร์ถนนไฮเวย์ให้เฮลิคอปเตอร์ลงจอดได้ทันทีด้วยเช่นกัน ซึ่งในบรรดาสถาบันการแพทย์ต่างๆในเยอรมนีนั้น สถาบันฮันโนเวอร์ จัดอยู่ในระดับที่ 1 (Level 1) ในการประเมินมาตรฐานศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินครบวงจรของประเทศเยอรมนี นั่นหมายถึง สถาบันฮันโนเวอร์มีการรักษาที่รองรับทุกระบบการขนส่งผู้ป่วยด้วยยานพาหนะหลากหลาย มีเฮลิคอปเตอร์เตรียมพร้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยตลอดเวลา รวมถึงลานจอดที่สามารถรองรับได้ในหลายพื้นที่

ความเชี่ยวชาญและ บริการแพทย์ฉุกเฉินของฮันโนเวอร์ไม่เพียงแต่จะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยให้ถึงมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญภายในระยะเวลาที่รวดเร็วเท่านั้น แต่ประสิทธิภาพของทีมแพทย์ฉุกเฉินยังต้องสามารถกู้ชีวิตของผู้ป่วยให้รอดพ้นจากนาทีมรณะให้ได้ หรืออย่างน้อยก็สามารถลดความรุนแรงของอาการแทรกซ้อนที่ช่วยให้ผู้ป่วยออกห่างจากภาวะวิกฤติให้ได้มากที่สุด

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/711093

FOLLOW FDG
9 9 9
FUTURE DECORATION GROUP Co., Ltd.

5/165 MOO 2 ,TAMBON SAMRONGNUEA, AMPHOE MUANG SAMUTPRAKAN PROVINCE 10270
Hot Line: 081-938-8366 และ 062-349-3034
Tel.: 02-348-3069

FOLLOW FDG
9 9 9
FUTURE DECORATION GROUP Co., Ltd.

311 Sriphong Village, 3 Soi 3, Soi La Salle 46, Bang Na Subdistrict, Bang Na District, Bangkok 10260
Hot Line: 081-938-8366 และ 062-349-3034
Tel.: 02-186-3331-2, Fax.: FAX-02-186-3331-2 EXT 108

FUTURE DECORATION GROUP Co., Ltd.

5/165 MOO 2 ,TAMBON SAMRONGNUEA,
AMPHOE MUANG SAMUTPRAKAN PROVINCE 10270
Hot Line: 081-938-8366 และ 062-349-3034
Tel.: 02-186-3331-2, Fax.: FAX-02-186-3331-2 EXT 108